การผ่าตัดแก้ไขภาวะสายตาผิดปกติด้วยเลนส์เสริม (PRL)

 

   ในประชากรโลก 6,000 ล้านคน มีการประมาณการว่าผู้ที่มีภาวะสายตาผิดปกติ ได้แก่ สายตาสั้น สายตาเอียง สายตายาวตั้งแต่กำเนิด ประมาณร้อยละ 5-15 โดยจำนวนแตกต่างกันตามเชื้อชาติ โดยเฉพาะชนชาติในเอเชีย พบว่ามีความผิดปกติมากที่สุด
    ผู้ที่มีภาวะสายตาผิดปกติไม่ถือว่าเป็นโรค แต่อาจรบกวนการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน ในปัจจุบันมีการแก้ไขภาวะสายตาผิดปกติมีหลายวิธี ได้แก่ การแก้ไขด้วยวิธีการใช้แว่นตา การใส่คอนแทคเลนส์ การผ่าตัดด้วยมีด (RK, AK) การผ่าตัดด้วยแสงเลเซอร์ (PRK) ประกอบกัน นอกจากนี้ยังมีวิธีการผ่าตัดใหม่ ๆ ที่ยังไม่แพร่หลายในประเทศไทย ซึ่งมีในต่างประเทศ ได้แก่ การผ่าตัดฝังวงแหวนพลาสติกเข้าในตา (ICR) และการผ่าตัดใส่เลนส์เทียมวางหน้าเลนส์ธรรมชาติของมนุษย์ หรือที่เรียกว่า "เลนส์เสริม" (Phakic IOLs) เป็นต้น
    เมื่อพูดถึงเลสิค (LASIK) หลายคนคงเข้าใจดีว่าคืออะไร เพราะการผ่าตัดวิธีนี้เข้ามาในเมืองไทยมากกว่า 7 ปีแล้ว การทำเลสิคนั้น เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกว่าได้ผลดีมาก แต่ทว่าคนทุกคนที่มีภาวะสายตาผิดปกติ ใช่ว่าจะสามารถทำเลสิคได้ทุกคน ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่สามารถทำเลสิคได้ เพราะมีข้อจำกัด

ข้อจำกัดของการทำเลสิค ได้แก่ผ่มีสายตาสั้นมากเกินไป คือโดยเฉลี่ย > -12.00 D. หรือเคยมีสายตาดีมาโดยตลอด

  • ผู้ที่มีสายตาสั้นมากเกินไป คือโดยเฉลี่ยมากกว่า - 12.00 D. หรือผู้ที่มีสายตายาวเกินไป คือมากกว่า +5.00 D.
  • ผู้ที่มีน้ำตาน้อย หรือโรคตาแห้ง เพราะการทำเลสิคจะทำให้ตาแห้งมาก
  • ผู้ที่มีผิวกระจกตาขรุขระ ไม่เรียบ (Irregular Cornea)
  • ผู้ที่เป็นโรครกระจกตาหย่อน

    นอกจากนั้นการทำเลสิคนั้นเป็นการปรับเปลี่ยนความโค้งของกระจกตาถาวร (irriversible) ถ้าผู้ที่ทำเลสิคแล้วไม่พอใจ จะขอเปลี่ยนกลับไปสั้นหรือยาวเหมือนเดิมไม่ได้ ด้วยข้อจำกัดต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้วงการแพทย์ทั่วโลก พยายามหาวิธีการผ่าตัดชนิดใหม่เพื่อแก้ไขความผิดปกติของสายตาซึ่งเลสิคไม่สามารถแก้ไขได้นั้น ก็คือ การใส่ "เลนส์เสริม" (Phakic Refractive lens : PRL) ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่

ข้อดีของการใส่เลนส์เสริม (PRL) คือ มีสายตาสั้นมากเกินไป คือโดยเฉลี่ย > -12.00 D.ที่มีสายตาสั้นมากเกิอโด

  • สามารถแก้ไขสายตาสั้นหรือยาวมากได้ คล้ายกับการใส่แว่นหรือคอนแทคเลนส์
  • ผู้อื่นไม่สามารถมองเห็นเลนส์ที่ใส่อยู่ได้
  • เป็นการผ่าตัดที่ใช้เวลาน้อย และไม่เจ็บปวด (ส่วนใหญ่น้อยกว่า 30 นาทีต่อตา)
  • เป็นการผ่าตัดที่สามารถแก้ไขให้เป็นสายตาดังเดิมได้ ถ้าหากผลการผ่าตัดไม่เป็นที่น่าพอใจ (Reversible Technique)
  • เป็นการผ่าตัดที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความหนาของกระจกตา จึงไม่มีภาวะแทรกซ้อนของกระจกตาเกิดขึ้น
  • ผู้ที่มีโรคตาแห้งหรือกระจกตาบาง, กระจกตาขรุขระ ก็สามารถใส่ PRL ได้
  • ไม่ต้องนอนค้างในโรงพยาบาล และสามารถทำกิจกรรมปกติได้ในวันรุ่งขึ้น

ผู้ที่ไม่เหมาะสมสำหรับการทำ PRL ได้แก่

  • ผู้ที่มีปัญหาการใส่แว่น หรือคอนแทคเลนส์
  • ผู้ที่ชอบออกกำลังกาย หรือทำงานกลางแจ้ง และรู้สึกไม่สะดวกเมื่อต้องใช้แว่นหรือคอนแทคเลนส์
  • ผู้ที่ต้องการทำเลสิค แต่ไม่สามารถทำได้ เช่น กระจกตาบาง (Thin Cornea) สายตาสั้นหรือยาวมาก (High Myopia)
  • ผู้ที่มีตาแห้งมาก (Severe Dry Eye)
  • ผู้ที่มีกระจกตาขรุขระ (Irregular Conea)

    โดยความเป็นจริงแล้ว วิวัฒนาการการผ่าตัดใส่เลนส์เสริมนี้มีมานานแล้ว ในทวีปยุโรป (มากกว่า 17 ปี) โดยเทคโนโลยีด้านนี้ได้รับการพัฒนามาโดยตลอด ทั้งวัสดุที่ใช้ผลิตเลนส์ และรูปร่างของเลนส์ จนมาเป็นเลนส์เสริมรุ่นที่ 3 (Third Generation) ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งมีใช้มาประมาณ 8 ปีแล้ว มีคุณสมบัติเป็นเลนส์ที่พับได้ แผลเล็ก, ไม่ต้องเย็บแผล โอกาสในการเกิดการแพ้ต่อเลนส์นี้จะมีน้อยมาก

    ในประเทศไทยนั้น ได้มีการนำเลนส์เสริม (PRL) มาใส่ในคนไทยประมาณปีเศษแล้ว "พบว่าผู้ใส่เลนส์ทุกรายมีความพึงพอใจเป็นอย่างมาก บางคนพบว่ามีระดับสายตาดีกว่าการใส่แว่นตาเสียอีก ภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่า ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยในเลนส์เสริม คือ เห็นแสงไฟเป็นสีรุ้ง (Halos) บางรายในเวลากลางคืนเท่านั้น ขณะนี้ติดตามผู้ป่าวมาครบ 1 ปีแล้ว ยังไม่พบภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงใด ๆ" อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับการผ่าตัดทุกชนิด อาจมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นบ้าง เช่น ในต่างประเทศมีรายงานภาวะแทรกซ้อน ซึ่งได้แก่

  • ต้อกระจก
  • ต้อหิน
  • ติดเชื้อหลังการผ่าตัด
  • ม่านตาอักเสบ

    แต่ทั้งนี้มีโอกาสพบต่ำกว่า 1% ซึ่งภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ยังไม่พบในประเทศไทย

    เห็นได้ว่า วิวัฒนาการการแก้ไขสายตาผิดปกติในประเทศไทยเรา ได้ก้าวไปอีกขึ้นหนึ่งแล้ว ผู้ที่ไม่สามารถจะทำเลสิคก็สามารถที่จะแก้ไขด้วยเลนส์เสริมได้ เทคโนโลยีใหม่นี้คงจะช่วยให้ฝันของผู้มีสายตาสั้น, สายตายาวมาก ๆ (ไม่สามารถทำเลสิค) ว่าจะไม่ต้องพึ่งแว่นตา หรือคอนแทคเลนส์ เป็นจริงได้

**ท่านสามารถใช้บริการ PRL ได้ที่แผนกเลสิก โรงพยาบาลตา หู คอ จมูก
©Eye Ear Nose Throat Hospital. All Rights Reserved. URL:http://www.eent.co.th/ TEL :(662) 886-6600-16 Fax. (662) 433-36