ผู้ที่ไม่เหมาะสมสำหรับการทำ PRL ได้แก่
- ผู้ที่มีปัญหาการใส่แว่น หรือคอนแทคเลนส์
- ผู้ที่ชอบออกกำลังกาย หรือทำงานกลางแจ้ง และรู้สึกไม่สะดวกเมื่อต้องใช้แว่นหรือคอนแทคเลนส์
- ผู้ที่ต้องการทำเลสิค แต่ไม่สามารถทำได้ เช่น กระจกตาบาง (Thin Cornea) สายตาสั้นหรือยาวมาก (High Myopia)
- ผู้ที่มีตาแห้งมาก (Severe Dry Eye)
- ผู้ที่มีกระจกตาขรุขระ (Irregular Conea)
โดยความเป็นจริงแล้ว วิวัฒนาการการผ่าตัดใส่เลนส์เสริมนี้มีมานานแล้ว ในทวีปยุโรป (มากกว่า 17 ปี) โดยเทคโนโลยีด้านนี้ได้รับการพัฒนามาโดยตลอด ทั้งวัสดุที่ใช้ผลิตเลนส์ และรูปร่างของเลนส์ จนมาเป็นเลนส์เสริมรุ่นที่ 3 (Third Generation) ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งมีใช้มาประมาณ 8 ปีแล้ว มีคุณสมบัติเป็นเลนส์ที่พับได้ แผลเล็ก, ไม่ต้องเย็บแผล โอกาสในการเกิดการแพ้ต่อเลนส์นี้จะมีน้อยมาก
ในประเทศไทยนั้น ได้มีการนำเลนส์เสริม (PRL) มาใส่ในคนไทยประมาณปีเศษแล้ว "พบว่าผู้ใส่เลนส์ทุกรายมีความพึงพอใจเป็นอย่างมาก บางคนพบว่ามีระดับสายตาดีกว่าการใส่แว่นตาเสียอีก ภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่า ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยในเลนส์เสริม คือ เห็นแสงไฟเป็นสีรุ้ง (Halos) บางรายในเวลากลางคืนเท่านั้น ขณะนี้ติดตามผู้ป่าวมาครบ 1 ปีแล้ว ยังไม่พบภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงใด ๆ" อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับการผ่าตัดทุกชนิด อาจมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นบ้าง เช่น ในต่างประเทศมีรายงานภาวะแทรกซ้อน ซึ่งได้แก่
- ต้อกระจก
- ต้อหิน
- ติดเชื้อหลังการผ่าตัด
- ม่านตาอักเสบ
แต่ทั้งนี้มีโอกาสพบต่ำกว่า 1% ซึ่งภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ยังไม่พบในประเทศไทย
เห็นได้ว่า วิวัฒนาการการแก้ไขสายตาผิดปกติในประเทศไทยเรา ได้ก้าวไปอีกขึ้นหนึ่งแล้ว ผู้ที่ไม่สามารถจะทำเลสิคก็สามารถที่จะแก้ไขด้วยเลนส์เสริมได้ เทคโนโลยีใหม่นี้คงจะช่วยให้ฝันของผู้มีสายตาสั้น, สายตายาวมาก ๆ (ไม่สามารถทำเลสิค) ว่าจะไม่ต้องพึ่งแว่นตา หรือคอนแทคเลนส์ เป็นจริงได้