อยู่กับเบาหวานอย่างไร ถึงห่างไกลโรคตา
  • ต้อกระจก
    เป็นโรคที่พบในผู้สูงอายุ เป็นการเสื่อมของแก้วตาตามวัย สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน จะเป็นต้อกระจกด้วยวัยที่น้อยกว่า อาการของต้อกระจก ในผู้ที่เป็นเบาหวานก็เหมือนกับต้อกระจกในผู้สูงอายุทั่วไป คือตามัวลงอย่างช้าๆ โดยไม่เจ็บปวด วิธีการรักษาก็เช่นเดียวกับผู้ที่เป็นต้อกระจกทั่วๆไป คือ การผ่าตัดเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม แต่มีข้อระมัดระวัง คือ การดูแลรักษาแผลผ่าตัด ความเชื่อที่ว่าเป็นเบาหวานแล้วผ่าตัดไม่ได้ นั้นไม่เป็นความจริง หากควบคุมเบาหวานได้ดีแผลผ่าตัดจะหายได้รวดเร็ว เช่นเดียวกับคนทั่วไป การผ่าตัดต้อกระจกในปัจจุบันทำได้รวดเร็ว แผลเล็ก การดูแลรักษาจะง่ายขึ้นมาก

  • ต้อหิน
    ผู้ที่เป็นเบาหวานมีโอกาสเป็นต้อหินเรื้อรังที่ไม่ทราบสาเหตุได้มากกว่าคนปกติ การรักษาต้อหิน ชนิดนี้ไม่ต่างจากคนไม่เป็นเบาหวาน ได้แก่ การควบคุมด้วยยา การใช้แสงเลเซอร์ และการผ่าตัดตามแต่ระยะของโรค ต้อหินอีกชนิดหนึ่งที่อาจพบในผู้ที่เป็นเบาหวาน ได้แก่ ต้อหินเนื่องจากมีหลอดเลือดเกิดใหม่ที่ม่านตาต้องรับการรักษาให้ทัน มิเช่นนั้นตาอาจบอดแถมด้วยความเจ็บปวด

  • จอตาผิดปกติจากเบาหวาน ( Diabetic retinopathy)
    ผู้ที่เป็นเบาหวานทุกคนมักเกิดภาวะนี้ แต่ในเวลาต่างกัน การเป็นเบาหวานยิ่งนานยิ่งมีโอกาสเป็นมากกว่า คนเป็นเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ดีมีโอกาสเป็นรวดเร็ว โดยเฉพาะการควบคุมในระยะแรกที่ไม่ดี ตลอดจนเบาหวานที่ต้องพึ่งพาอินซูลิน มีการศึกษาพบว่าจอตาผิดปกติจากเบาหวานได้ 7% ในผู้ที่เป็นเบาหวานน้อยกว่า 10 ปี แต่ว่าเป็นเบาหวานมากกว่า 15 ปี พบภาวะนี้ได้ถึง 63%

     
     ความผิดปกติของจอตาจากเบาหวาน จะเริ่มจากหลอดเลือดจอตาโป่งพอง ตามด้วยน้ำเลือดและน้ำเหลืองซึมจากหลอดเลือดกระจายตัวทั่วๆ จอประสาทตา ระยะนี้จะไม่มีอาการผิดปกติทางตาเลย นอกจากจะมีเลือดและน้ำเหลืองออกบริเวณจุดรับภาพ (Diabetic maculopathy) เมื่อมีเลือดและน้ำเหลืองออกมากขึ้น หลอดเลือดผิดปกติมากขึ้น ทำให้จอตาบางส่วนขาดเลือด มีการตายของจอตาเป็นหย่อมๆ มากขึ้นตามเวลาที่ผ่านไปสายตาจะเริ่มมัวลง หากไม่ได้รับการรักษา การทำลายจอตาเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ ตามมาด้วยการเกิดหลอดเลือดใหม่เพื่อแก้ไขภาวะขาดเลือด ตัวหลอดเลือดเกิดใหม่นี้จะเปราะบาง ฉีกขาดง่าย มีพังผืดต่างๆ ตามมาหากพังผืดเกิดการดึงรั้งทำให้จอตาหลุดลอกจากที่เดิม ลงเอยด้วยตาบอดในที่สุด การรักษาภาวะจอตาผิดปกติจากเบาหวานนั้นอยู่ที่การควบคุมเบาหวานที่ดี ร่วมกับการรักษาเฉพาะที่จอตาด้วยเลเซอร์ในระยะแรก หรือด้วยการผ่าตัดน้ำวุ้นตาในระยะสุดท้าย


การรักษาโรคนี้ด้วยแสงเลเซอร์ เป็นการใช้แสงเลเซอร์ที่เหมาะสม ยิงไปยังบริเวณจอตาที่เสีย และทั่วๆ จอตาเพื่อลดการขาดเลือด สกัดกั้นมิให้มีหลอดเลือดเกิดใหม่ ตลอดจนทำลายหลอดเลือดเกิดใหม่ทั้งหมด เป็นการรักษามิให้โรคลุกลาม แต่จะไม่ช่วยให้จอตาที่เสียหรือตายไปแล้วกลับคืนมา สายตาจึงไม่ดีขึ้น ซึ่งควรรับการรักษาก่อนที่สายตาจะมัวลง โดยทั่วไปผู้ที่เป็นเบาหวานมักจะไม่มารับการตรวจถ้าสายตายังเห็นดี หรือ เมื่อตรวจพบภาวะนี้ แพทย์แนะนำให้รับการรักษาด้วยแสงเลเซอร์ ก็มาปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ว่าสายตายังดีอยู่ซึ่งแพทย์มักต้องอธิบายให้เข้าใจก่อนเสมอ การรักษาด้วยแสงเลเซอร์นั้นไม่ยุ่งยากนักไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บปวด สามารถรับการรักษาแบบไปกลับ ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ไม่มีการสูญเสียเลือด แต่อาจต้องทำหลายครั้งในสมัยก่อน ที่จะมีแสงเลเซอร์มาใช้ในวงการแพทย์ ผู้ที่เป็นเบาหวาน ที่มีความผิดปกติที่จอตาเกือบจะไม่มีวิธีการรักษา คงต้องปล่อยให้ตาค่อยๆ มัวลงและบอดในที่สุด เมื่อมีการพัฒนาการรักษาด้วยแสงเลเซอร์จึงสกัดกั้นมิให้ตาบอดได้บ้าง

แม้คุณจะโชคร้ายที่เป็นเบาหวาน แต่คุณไม่จำเป็นต้องปล่อยให้ตัวเองตาบอดจากเบาหวานดังเช่นบรรพบุรุษ โดยจะเริ่มจากการควบคุมอาหาร ทำงานตามความเหมาะสมออกกำลังกายสม่ำเสมอ ตรวจระดับน้ำตาในเลือด รับประทานยาเบาหวานตามคำแนะนำของแพทย์ และที่ไม่ควรลืมก็คือ ไปพบจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง แม้ตาจะยังเห็นดีอยู่ แล้วดวงตาของคุณก็จะรับใช้คุณไปตลอดชีวิต เช่นเดียวกับคนที่ไม่เป็นเบาหวาน

©Eye Ear Nose Throat Hospital. All Rights Reserved. URL:http://www.eent.co.th/ TEL :(662) 886-6600-16 Fax. (662) 433-36